วุฒิ นันทวุฒิ พระเอกวัยรุ่นนักบู๊ พลิกบทร้ายแอคชั่นเดือด คู่ปรับบัวขาวใน ทองดีฟันขาว (แก้ไข, สถิติ)

          พระเอกวัยรุ่นนักบู๊อันดับหนึ่งของไทย วุฒิ นันทวุฒิ พลิกคาแรคเตอร์มารับบทร้ายคู่ปรับ บัวขาว เป็นครั้งแรกในภาพยนตร์แอคชั่นอิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ทองดีฟันขาว ของผู้กำกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

          โดยเขารับบทเป็น “เชิด” ลูกชายเจ้าเมืองพิชัยที่ชอบโอ้อวด เอาแต่ใจตัวเอง และเป็นคู่อริกับ “ทองดี” (บัวขาว) มาตั้งแต่เล็กจนโต เพราะทองดีไม่ยอมอ่อนข้อให้จึงตามราวีไม่เลิก งานนี้พระเอกนักบู๊ทั้งสองคนจึงต้องมีฉากปะฉะดะสู้กันแบบตัวต่อตัวเนื้อๆ เน้นๆ ให้ผู้ชมได้มันกันอย่างแน่นอน

          วุฒิ นันทวุฒิ พูดถึงการรับบทนี้ว่า "เรื่องนี้ก็เป็นหนังพีเรียดเรื่องของผมนะครับ ก็รับบทเป็น เชิด ครับ เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าเมืองพิชัย คือเกิดและเติบโตมาพร้อมกับคำว่าเหนือกว่าคนอื่น อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้ แต่ "ไอ้จ้อย" หรือ "ทองดี" นี่แหละที่เป็นคนเดียวที่ไม่ยอมลงให้เรา ก็เลยเกิดเป็นความแค้นต้องเอาคืนให้ได้เลยนำไปสู่ฉากใหญ่ที่เราต้องต่อสู้กันบนหลังม้า ความยากมันอยู่ที่คิวทุกอย่างมันต้องเป๊ะ ทั้งม้าทั้งไฟทั้งนักแสดงร่วม คือทุกอย่างมันต้องลงตัวจริง ๆ แต่ก็ไม่กดดัน ไม่กังวลนะครับ แต่ตื่นเต้นอยากจะเล่นมากกว่า เพราะว่าพี่บัวขาวเค้าเป็นมวยอยู่แล้ว เราเล่นกับคนเป็นมวย เราไม่กลัวเจ็บ เพราะว่าเค้าเซฟเป็น เค้ารู้อยู่แล้วว่าทำยังไงให้โดนเบาโดนหนัก แต่แรก ๆ เค้าก็เกร็ง กลัวเราจะเจ็บ แต่ผมบอกว่าเต็มที่เลยพี่ เดี๋ยวผมค่อยเอาคืน แต่ก็ไม่ได้เอาคืนสักที (หัวเราะ) เรื่องนี้นอกจากจะได้ความสนุกของแอคชั่นแล้ว ยังได้สาระความบันเทิงครบรสครับ ได้เห็นความมุ่งมั่นของนักสู้ที่ไม่ย่อท้อจนนำไปสู่การเป็นวีรบุรุษในตำนาน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่ายกย่องมาก ๆ ครับ"

         "ทองดีฟันขาว" เล่าเรื่องราวชีวิตอันมุ่งมั่นของ "จ้อย" หรือ "ทองดีฟันขาว" ชายเลือดนักสู้ผู้มีความมุมานะไม่ย่อท้อและได้สร้างวีรกรรมอันเลื่องชื่อก่อนที่จะกลายเป็นวีรบุรุษของไทยที่รู้จักกันในนาม "พระยาพิชัยดาบหัก"

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง ทองดีฟันขาว

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง ทองดีฟันขาว

ชมตัวอย่างแรกก่อนชายเลือดนักสู้จะเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานได้ที่ FB sahamongkolfilmint

#ทองดีฟันขาว พร้อมแอคชั่นเต็มศักดิ์ศรี 9 กุมภาพันธ์ 2560 ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

Sahamongkolfilm International

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook